แม้ว่าเทศกาล Pride Month หรือเดือนแห่งความภาคภูมิใจของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศกำลังจะเริ่มต้นขึ้น แต่ผลวิจัยล่าสุดกลับชี้ให้เห็นว่า ชาว LGBTQ+ จำนวนไม่น้อยกลับรู้สึกเหมือนถูกละเลยและเข้าไม่ถึงงานฉลองประจำปีนี้

จากผลสำรวจของ Taimi แอปพลิเคชันหาคู่ของชาว queer ที่ได้สอบถามความคิดเห็นของกลุ่มผู้ใหญ่ LGBTQ+ จำนวน 1,100 คน พบว่า มีเพียง 59% เท่านั้นที่รู้สึกว่าตัวเองมีส่วนร่วมหรือได้รับการเป็นตัวแทนจากเทศกาลนี้ ขณะที่อีกเกือบครึ่งระบุว่าพวกเขาไม่เคยรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลเลย หรือรู้สึกว่าเทศกาลไม่ได้เป็นตัวแทนของพวกเขาอย่างแท้จริง ทั้งในแง่ของกิจกรรมที่จัดแบบสุดเหวี่ยงตลอดสุดสัปดาห์ หรือขบวนพาเหรดที่มีสปอนเซอร์รายใหญ่หนุนหลัง

นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างเพียง 25% เท่านั้นที่มองว่า Pride Month ในกระแสหลักเปิดกว้างสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง เพราะในความเป็นจริง กลุ่มคนสีผิว (People of Colour), กลุ่มทรานส์, น็อนไบนารี, ไบเซ็กชวล และแพนเซ็กชวล รวมถึงชาว LGBTQ+ ที่อาศัยอยู่ต่างจังหวัดหรือนอกเมืองใหญ่ ต่างรู้สึกว่าตัวเองถูกมองข้ามหรือตัดออกจากพื้นที่เหล่านี้

ความน่าสนใจยังอยู่ที่มุมมองต่อภาคธุรกิจ โดย 23% ของผู้ตอบแบบสอบถามยอมรับว่า “รู้สึกระแวง” แคมเปญสีรุ้งของแบรนด์ต่าง ๆ และ 19% มองว่ามันเป็นแค่การแสดงออกแบบผิวเผิน (Performative) เพื่อผลประโยชน์ทางการตลาด ยิ่งไปกว่านั้น 41% ยังระบุว่าพวกเขารู้สึกกดดันที่ต้องพยายาม “พรีเซนต์ความเป็นเกย์” ออกมาให้ตรงตามภาพจำของสังคมในเดือนนี้ ทั้งที่มันไม่ได้ตรงกับความรู้สึกจริง ๆ ของพวกเขาเลย โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามรายหนึ่งระบุว่า “มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นลิงในคณะละครสัตว์ที่ต้องคอยแสดงโชว์” และอีกคนเสริมว่า “ฉันรู้สึกกดดันจากกลุ่มคนที่บอกว่าเป็นพันธมิตร (Allies) ว่าต้องทำตัวให้ดูเกย์ตามพิมพ์นิยมในเดือนนี้”

นอกจากความรู้สึกแปลกแยกแล้ว สถานการณ์ทางการเมืองที่ตึงเครียดต่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศในปัจจุบัน ยังทำให้กลุ่มตัวอย่างถึง 10% เลือกที่จะ “หลีกเลี่ยง” การไปปรากฏตัวในพื้นที่สาธารณะของ LGBTQ+ ในช่วงเทศกาลนี้ และอีก 45% ระบุว่าพวกเขาต้องเลือกสถานที่ที่จะไปอย่างรอบคอบและระมัดระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิม

อ้างอิง: Pinknews