ชีวิตที่ไม่ได้เป็น สส.กะเทย ของกอล์ฟ ธัญวาริน ที่ยังสนุกกับการทำงานเคลื่อนไหวและส่งสารความเท่าเทียม

เผยแพร่ครั้งแรก 2 ตุลาคม 2565

หลังจากที่กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ไม่ได้อยู่ในสภา เธอก็กลับมาทำอาชีพเดิมที่เธอรักและคุ้นชินคือ การเป็นผู้กำกับ

ตั้งแต่ตายโหง (2553) จนถึงวันนี้ เธอมีงานกำกับทั้งภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ และซีรีส์นับสิบเรื่อง ซึ่งหลายเรื่องถูกอกถูกใจผู้ชมและกลายเป็นงานที่ถูกพูดถึงทั้งในจอ ในโซเชียล และในโลกแห่งความเป็นจริง รวมถึงแมลงรักในสวนหลังบ้านหรือ Insects in the Backyard (2551) ที่กลายเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในประวัติศาสตร์ซึ่งถูก “ห้ามฉาย” ในราชอาณาจักร แต่เธอก็ต่อสู้เพื่อให้ผลงานที่เธอตั้งใจสร้างฉายได้อีกครั้ง ถึงแม้จะต้องใช้ความพยายามกว่า 9 ปีก็ตามที

และอย่างที่เราทราบ เธอคือ “สส.กะเทย” คนแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทยภายใต้สังกัดพรรคอนาคตใหม่ที่ยืนหยัดอยู่ในสภาได้อย่างสง่างาม และเป็นหนึ่งในปากเสียงของการขับเคลื่อนพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ให้เข้าสู่สภาจนได้

แต่ก็ต้องฝันสลายเพราะการตัดสินยุบพรรค เธอจึงถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองไปในที่สุด อย่างน้อยในวันนี้ที่เธอไม่ได้เป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชนด้วยการเป็นผู้แทน แต่ผลงานที่เธอกำกับก็ทำหน้าที่แทนแทบทั้งหมดแล้ว

เรามีโอกาสสัมภาษณ์เธอก่อนงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ที่เธอผลิตเมื่อปี 2564 ที่เราได้นั่งคุยกับเธอเป็นพิเศษ บทสนทนาทั้งหมดคือการสะท้อนฉากชีวิตที่เธอ “ต่อสู้” เพื่อตัวเอง เพื่อคอมมูน และเพื่อประชาชน

รวมถึงการสร้างความสุขและส่งสารที่เธอยังยืนยันที่จะส่งต่อผ่านวัฒนธรรมป๊อปที่คนไทยชื่นชอบ เพื่อให้ความเท่าเทียมเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมจริงๆ ในสังคม

อยากชวนคุยเรื่องสมรสเท่าเทียมก่อน จากช่วงที่คุณทำงานหนักเพื่อให้สังคมเข้าใจเรื่องนี้ จนถึงวันนี้มันถูกผลักดันเข้าสู่สภาจริงๆ ความรู้สึกของคุณเป็นยังไง

ต้องบอกเลยว่า อุดมการณ์แรกที่เราเข้าไปทำงานเป็นผู้สมัคร สส.พรรคอนาคตใหม่ มีสองอย่างที่คุณปิยบุตร (แสงกนกกุล) มาชวน แน่นอนว่าเป็นตัวแทนผู้มีความหลากหลายทางเพศ แล้วก็ต้องการผลักดันและเปลี่ยนแปลงประเทศให้ได้ในที่สุดก็คือ สมรสเท่าเทียม มันคือความฝันแรกของเราในการทำงานการเมือง อันที่สองก็คือประเด็นศิลปะวัฒนธรรม เรื่องหนัง ซีรีส์ ละคร Soft Power 

แล้วคราวนี้สิ่งที่เราต่อสู้มาตลอด แล้วเรารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะอธิบายคำว่าสมรสเท่าเทียมให้คนทั่วไปเข้าใจ แล้ววินาที่เราอยู่สภาฯ แล้วมีการลงมติรับร่างฯ มันดีใจ เพราะมันเป็นสิ่งที่เราเชื่อ เพราะมันเป็นจุดเริ่มต้นของคนเท่ากัน ฉะนั้นพอสมรสเท่าเทียมมันผ่าน ถึงแม้จะวาระแรกก็เถอะ มันดีใจ มันบอกไม่ถูกที่เป็นสิ่งที่เราต้องการเปลี่ยนแปลง แล้วสังคมข้างนอกตอบรับก่อนที่ในสภาจะตอบรับอีก ฉะนั้นต้องยอมรับว่าแรงผลักดันของคนข้างนอก ของนักกิจกรรม การที่มีม๊อบแล้วมีธงสีรุ้งอยู่ในทุกม๊อบ เราได้เห็นคนขึ้นเวทีแล้วพูดเรื่องสมรสเท่าเทียม การที่เราปล่อยคำว่าสมรสเท่าเทียมแล้วมันขึ้นแฮชแท็กอันดับหนึ่งทวิตเตอร์ คือสิ่งที่เราเปลี่ยนแปลง มันเปลี่ยนแปลงได้เว้ย เราได้ทำความเข้าใจกับสังคม แล้วพอได้เข้าสภาแต่ถึงจะเป็นวาระแรก แต่มันก็เป็นก้าวที่สำคัญของสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ตอนนั้นร้องไห้หนักมากจริงๆ ดีใจ

ชีวิตที่ไม่ได้เป็นนักการเมืองแล้วกลับมาทำงานผู้กำกับ เปลี่ยนไปยังไงบ้าง

ความรู้สึกมันดีมากค่ะ เพราะว่าการที่เป็นผู้กำกับมันก็เป็นความฝันของเรา แล้วมันก็เป็นอาชีพที่เรารัก คือตอนที่เราเป็น สส. เราก็กลัวนะที่จะไม่ได้ทำละครแล้ว เพราะว่าเวลาการเป็น สส.  สองปีกว่าที่เป็นก็คือเวลาชีวิตก็ทำงานเชิงประเด็นเอย ในสภาเอย กรรมมาธิการเอย ลงพื้นที่เอย มันก็ทำให้ชีวิตเราห่างหายจากการเป็นผู้กำกับไปพักนึง เพราะฉะนั้นการที่ได้ออกมาจากสภาแล้วมาทำอาชีพที่เรารักต่อก็ดีใจ

รู้สึกยังไงเมื่อมีผู้จัดหรือผู้ใหญ่โทรชวนคุณไปเป็นผู้กำกับ

ดีใจ ตอนแรกนึกว่าจะไม่มีใครเอาแล้ว (หัวเราะ) พอเราอยู่พรรคอนาคตใหม่ มันก็มีคนที่อคติกับเราใช่มั้ยคะ คือเราห้ามความคิดคนไม่ได้อยู่แล้ว ความตั้งในการทำงานเราก็เต็มที่เรื่องอุดมการณ์ในการทำงานเพื่อประชาชน ในการเป็น สส. ถามว่ามีผลมั้ย มีคนที่ไม่เอามั้ย มันก็มี แต่ก็ดีใจที่มีคนเอา ที่ยังมีคนเรียกมาทำงานกำกับ ที่เชื่อในฝีไม้ลายมือ เชื่อในการทำงานของเราอยู่ ก็ดีใจค่ะที่เขาก็ยังให้โอกาสเรากลับมาทำงานผู้กำกับ

ปรับตัวเยอะมั้ยหลังจากกลับมาทำงานกำกับอีกครั้ง หรือไม่มีอะไรต้องปรับเลย

ไม่เลย ไม่ต้องปรับเลย เพราะทีมงานเราก็ยังรอเรากลับมาทำงานอยู่ ฉะนั้นมันก็ไม่ได้มีอะไรที่ต้องปรับตัว แต่สองปีที่เราไปทำงานในสภามา พอเรากลับมาทำงานตรงนี้ก็ทำให้เราได้รู้สึกตระหนักอะไรได้มากขึ้น เช่น เรารู้สึกว่าถ้าซีรีส์เรามีเรื่องข่มขืน เราไม่ทำ การที่พระเอก นางเอก จะมีเพศสัมพันธ์กัน จะด้วยความรักหรือไม่รัก จะด้วยความแค้นหรือไม่แค้น ต้องมีความ Consent หรือยินยอมพร้อมใจทั้งสองฝ่าย เรารู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้ถ้าอยู่ในซีรีส์เรา เราจะต้องทำเรื่องแบบนี้ เพราะเรารู้สึกว่าสื่อมีความสำคัญในการ Shape ไอเดียของคนดูอยู่แล้ว ฉะนั้นถ้าคนดู-ดูซีรีส์เราแล้ว แล้วเขาได้เห็นว่าการข่มขืนเป็นเรื่องผิดกฎหมาย คุณจะมาทำแบบข่มขืนไปเดี๋ยวก็รักกันเอง เหมือนที่เคยดูในสื่อ ในละครมาตลอดมันไม่ได้แล้ว โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว แล้วก็อย่างที่บอกว่าสิ่งเหล่านี้มันผิดกฎหมาย ฉะนั้นคุณจะทำแบบนั้นให้มันเป็นเรื่องปกติธรรมดาในละครไม่ได้

มีชุดความคิดหรือแว่นที่เปลี่ยนไปอีกมั้ยในการกำกับงานแต่ละเรื่อง

ก็มีค่ะ เพราะตอนนี้ถ้ามีงานละครติดต่อมาให้เป็นงานแย่งผัว แย่งเมีย เราขออนุญาตไม่รับงานแล้วกัน ฉะนั้นงานเราก็จะเป็นซีรีส์อย่างที่เราอยากเล่า อย่างเรื่องก่อนที่จะมีเจนนี่ฯ ก็จะมีคาธ (2565) ก็เป็นประเด็นทางการเมือง เป็นซีรีส์วายก็จริงแต่ก็ใส่เรื่องการเมือง อุดมการณ์ ชุดความคิด เรื่องโรงเรียน หรือ 609 Bedtime Stories (2565) มันก็จะมีสิ่งที่เราพูดถึงอยู่เรื่อยๆ ก็คือสมรสเท่าเทียม เราว่าซีรีส์หลังจากที่ออกมาจาก สส. แล้วเราก็ดูงานที่เราอยากทำ แล้วก็มีประเด็นที่อยากเล่า

แล้วเสน่ห์ของอาชีพผู้กำกับในความคิดของคุณคืออะไร

สำหรับพี่นะคะ พี่ไม่เคยรับงานซ้ำ ไม่รับงานแบบเดิม พี่จะรับงานที่มันมีความท้าทายแบบใหม่ไปเรื่อยๆ อย่างเจนนี่ฯ ซีรีส์ตลก ปลอมตัวเข้าหอหญิงก็ไม่เคยทำ ก่อนหน้านี้สั่งใจให้หยุดรักเธอ (2564) ก็เป็นดราม่าเกาหลี สงครามดอกไม้ (2565) ก็เป็นดราม่าเชือดเฉือน แย่งผัวแย่งเมีย ก็มี ก็เคยทำ คาธก็เป็นซีรีส์วาย การเมือง อุดมการณ์ 609 Bedtime Stories ก็เป็น Multiverse มิติคู่ขนาน 

ฉะนั้นงานพี่ทั้งหนัง ละคร ซีรีส์ พี่จะเลือกไม่ซ้ำ มันคือเสน่ห์ของการทำงานของพี่คือ เราได้เริ่มต้นใหม่ในทุกๆ เรื่องที่เราทำได้ทำ แล้วเราก็จะไม่เบื่อ เราจะรู้สึกว่ามันไม่ใช่งานรูทีน เราจะใช้ประสบการณ์ในการแก้ปัญหาในการทำงานแต่ละเรื่องมาแก้ปัญหาเรื่องใหม่ที่เราไม่เคยทำมาก่อน ไม่เคยตีความเรื่องนี้ ก็มาตีความในแบบนี้ นำเสนอแบบนี้ ถ้าเราทำงานเหมือนเดิมซ้ำๆ จะเหมือนเราไม่พัฒนา แต่ถ้าเรารับงานที่แปลกไปจากทุกครั้ง เราจะพัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ

Passion to Win ของคุณคืออะไร

ก็คือการทำงานนี่แหละค่ะ ในการทำซีรีส์หรือละครแต่ละเรื่อง การที่เรามีแพสชั่นในสิ่งที่เราทำ สิ่งที่เรารัก เรามั่นใจได้แน่นอนว่ามันจะต้องทำให้ประสบความสำเร็จ การที่เราจะประสบความสำเร็จมันแปลว่าสิ่งที่เรากำกับตอบโจทย์ผู้สร้างหรือนายทุนต้องการ และมัน Win มันสำเร็จในวิธีการเล่าเรื่องที่เราอยากบอกกับสังคม คนดูจะรับได้มาก ได้น้อยขนาดไหน เราบังคับคนดูไม่ได้ เราเป็นคนทำสื่อ เราบังคับคนดูสื่อไม่ได้ และมันไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวหรอก ถ้ามีสูตรสำเร็จแบบไหน ละครประสบความสำเร็จแล้วละครได้เรตติ้ง 20 ทุกคนได้หมดแล้ว ดังนั้นแพสชั่นของเราคือการทำงานให้ได้ดีที่สุด ซื่อสัตย์กับแพสชั่นให้ได้ดีที่สุด ถือว่าเราประสบความสำเร็จแล้ว


Contributors

Avatar photo

ดินดีคือดินร่วน กะเทยอ้วนคือกะเทยดี มีหลุมหลบภัยชื่อสุรพันธ์ ทุกบ้านชื่อเดียวกัน @zurapuntube

Avatar photo

ผู้ที่ชื่นชอบการ Backpack เที่ยวคนเดียวพร้อมกับกล้องคู่ใจ ออกเดินทางเพื่อตามหาสถานที่และมิตรภาพใหม่ๆ